อ่อนน้อมถ่อมตน

563645678

ความอ่อนโยน ความนุ่มนวล ความละมุนละไม อย่างมีเหตุผล มีสัมมาคารวะต่อท่านผู้ที่ควรอ่อนน้อมถ่อมตน เช่น ผู้สูงวัย เจริญด้วยคุณธรรม และเจริญด้วยวงศ์ตระกูลชาติกำเนิด วางตนสม่ำเสมอ ไม่ดูหมิ่นผู้อื่น เพราะชาติกำเนิด วงศ์ตระกูล ยศศักดิ์ และฐานะทรัพย์สินเงินทอง

ความอ่อนโยน สามารถแสดงออกได้ในสังคมทุกระดับ เป็นมารยาทที่บุคคลในสังคมจะพึงปฏิบัติต่อกัน เพื่อผลดีในหน้าที่การงาน และการดำรงชีวิต เป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีของบุคคลในสังคม ความอ่อนโยนในทางธรรม มีความหมายกว้างขวาง คือ ความสามารถโอนอ่อนผ่อนตาม หรือเปลี่ยนไปในทางแห่งความดี มีจิตใจใฝ่สุจริตธรรม ทำให้เกิดการผสมผสานกันอย่างดีด้วยคุณธรรมทุกระดับของชนชั้น ประเภทของความอ่อนโยน

ทางกาย ทุกอิริยาบถที่แสดงออกเมื่ออยู่ในสังคม มีแต่ความอ่อนโยน นุ่มนวล งดงาม บริสุทธิ์ใจ ไม่แสดงอาการรังเกียจในสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ผู้ที่พบเห็นจะเกิดความชื่นชมโสมนัส และอบอุ่นใจทุกครั้งไป

ทางวาจา คำพูดนุ่มนวลชวนฟัง สุภาพอ่อนโยน ไม่แสดงวาจากระด้าง หยาบคาย รู้จักเลือกใช้วาจาที่ดี มีประโยชน์ เหมาะสมกับคู่สนทนา เช่น เจรจากับผู้ใหญ่ หรือผู้มีคุณธรรม บุคคลเสมอกัน หรือต่ำกว่าก็ตาม สามารถเจรจาให้ผู้ฟังมีความรู้สึกว่าเป็นกันเอง เปรียบเหมือนบิดามารดาปฏิบัติต่อบุตรอันเป็นที่รัก วาจาอ่อนหวานประสานประโยชน์ ไม่มีโทษแม้แต่น้อย อันควรดื่มด่ำในหัวใจเป็นอย่างยิ่ง

ทางจิตใจ ฐานสำคัญอยู่ที่ใจ จึงทำให้การแสดงออกทางกาย หรือทางวาจา สุภาพอ่อนโยน รู้จักเลือกพิจารณาแสดงออกได้อย่างเหมาะสม มีสัมมาคารวะต่อผู้เจริญ 3 ประเภท คือ

1) ผู้เจริญโดยกำเนิด เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ เป็นต้น

2) ผู้เจริญโดยวัย มีอายุมากกว่าตน ให้ความเคารพนับถือกัน เปรียบเหมือนหนึ่งญาติผู้เกื้อกูลกันด้วยความดี

3) ผู้เจริญโดยคุณธรรม เช่น พระภิกษุสามเณร แม้จะมีชาติกำเนิดธรรมดา มีอายุน้อยหรือมากกว่าตนก็ตาม แต่ด้วยคุณธรรม มีศีล เป็นต้น และด้วยการประพฤติดีปฏิบัติชอบ สาธุชนจึงเคารพกราบไหว้ด้วยใจศรัทธา

ผู้เจริญทั้ง 3 ประเภทนี้ เหมาะสมที่จะกราบไหว้ ลุกขึ้นต้อนรับด้วยความเคารพ ควรหลีกทางให้เมื่อท่านเดินสวนมา ควรทำสักการบูชา เคารพนับถือ

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด

โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

ทรัพยากรไม่พอกับตัณหา

709802572

ทรัพยากรไม่พอกับตัณหา

“ทรัพยากร นั้นมีจำกัดแต่ตัณหาของมนุษย์ไม่มีขีดจำกัด ฉะนั้น เมื่อทรัพยากรมีจำกัดเราก็ควรที่จะจำกัดความอยากของตัวเอง บริโภคตามความจำเป็น”

คอลัมน์ คำพระ
ว.วชิรเมธี

รู้เท่าทัน

845637363695

เมื่อคราวที่แล้ว ได้นำข้อคิดจาก พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย แสดงทรรศนะต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ให้บทเรียนแก่คนทั่วโลกมากมาย ครั้งนี้ยังมีต่ออีกบทหนึ่งคือ การรู้เท่าทันธรรมดาของโลก สัจธรรมที่เกิดขึ้นนั้นสำหรับรู้ เมื่อรู้เท่าทันแล้ว ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เรียกว่าจริยธรรมสำหรับปฏิบัติ ฉะนั้น มนุษย์ควรจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใน 2 ส่วน

ส่วนที่หนึ่งเป็นส่วนของสัจธรรมที่เราจะต้องรู้ให้เท่าทันธรรม ชาติ อันเป็นธรรมดาของโลก และ ส่วนที่สอง เมื่อเรารู้เท่าทันสัจธรรมนั้นแล้ว เราจะปรับเนื้อปรับตัวอย่างไร เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับโลกและธรรมชาติของโลกให้อยู่รอดปลอดภัยอย่างดีที่สุด โดยที่ทั้งเราและทั้งโลกต่างก็ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน

เมื่อเปรียบ เทียบอายุของมนุษย์กับอายุของโลกที่มีอายุเป็นล้านๆ ปีนั้น กล่าวได้ว่ามนุษย์เพิ่งจะมาถึงโลกใบนี้เมื่อวานนี้เท่านั้น ดังนั้น จึงยังมีอะไรอีกมากที่มนุษย์ยังไม่รู้จักเกี่ยวกับโลก มนุษย์เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสำหรับโลกใบนี้ แต่น่าเสียดายที่ว่า มนุษย์ส่วนใหญ่กลับไม่ได้คิดเช่นนี้ เพราะต่างก็มีความเข้าใจผิดคิดว่าเรารู้จักโลกนี้ดีมาก เราเป็นนายของโลก และเราจะช่วงใช้โลกนี้อย่างไรก็ได้ จากฐานคิดที่ผิดเหล่านี้

ผลก็ คือ บ่อยครั้งที่เกิดวิกฤตต่างๆ มนุษย์ได้รับความวิบัติวอด วายมากมาย ทั้งๆ ที่มีหลายสิ่งหลายอย่างเคยเกิดขึ้นแล้ว แต่มนุษย์ก็ดูเหมือนกับไม่รู้จักสรุปบทเรียน เพราะลึกๆ แล้วมนุษย์เชื่อมั่นว่าตนเองสามารถบริหารจัดการโลกใบนี้ได้ ซึ่งเป็นฐานคิดแห่งความประมาท ซึ่งเป็นทรรศนะที่ผิด

ดังนั้น คุณธรรมที่ควรจะทำที่สุดในตอนนี้ กล่าวโดยสรุปมี 3 เรื่อง คือ

1.รู้เท่าทันธรรมดาของโลก และสิ่งแวดล้อมว่ามีแง่ดีแง่งามอย่างไร มีคุณอย่างไรและมีโทษอย่างไร

2.รู้เท่าทันทรรศนะที่ผิด ที่มนุษย์มีต่อโลกและธรรมชาติ และจากนั้นก็ปรับเปลี่ยนทรรศนะนั้น มาปฏิบัติต่อโลกและธรรมชาติอย่างถูกต้อง

3.ดำรง ชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท เพราะเมื่อเราดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท เราเห็นว่าภัยธรรมชาติมาถึง เห็นว่ามันเสียหาย ก็คงจะเสียหายน้อยกว่าคนที่ไม่ได้เตรียม ให้เตรียมรับมืออยู่เสมอ

เมื่อเราทำความเข้าใจแล้ว เราจะได้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา และนั่นคือทางออกที่เราควรประพฤติปฏิบัติในเวลานี้

คอลัมน์ ศาลาวัด

เด็กๆ ยังไม่รู้ว่าพ่อแม่คืออะไร

78456149895

เด็กๆ ยังไม่รู้ว่าพ่อแม่คืออะไร

“เด็กๆควรจะรู้ว่าการทำให้พ่อแม่น้ำตาตกนั้น เป็นความเลวร้ายที่สุด เด็กที่มีการศึกษาสมัยใหม่ จะไม่เคยนึกอย่างนี้ เขาจะนึกแต่ว่าแม่เอาเงินมาให้มากๆ ให้เราเรียนเก่งๆ เท่านั้น เด็กมันจึงไม่รู้ว่าพ่อแม่คืออะไร”

คอลัมน์ คำพระ
พุทธทาส