แนะนำการอุปสมบทที่วัดอัมพวัน มีขั้นตอนอย่างไร มาดูกัน

4567333322323023
แนะนำการอุปสมบทที่วัดอัมพวัน มีขั้นตอนอย่างไร มาดูกัน

การอุปสมบทที่วัดอัมพวัน

พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม จะอุปสมบทให้เดือนละ ๑ ครั้ง ครั้งละ ๑๕ รูป ยกเว้นเดือนเมษายน กับช่วงเข้าพรรษา

ผู้ที่ต้องการจะอุปสมบทจะต้องแจ้งความจำนงล่วงหน้า เพื่อที่จะทราบกำหนดการอุปสมบทในแต่ละเดือน โดยติดต่อได้ที่ พระครูสังฆรักษ์ธเนศ หิตฺตกาโม (พระครูธเนศ) เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ๐๓๖-๕๓๗-๖๘๑

โดยผู้ที่มีความประสงค์จะอุปสมบทที่วัดอัมพวันต้องปฏิบัติดังนี้

* ผู้อุปสมบทจะต้องอุปสมบทเป็นเวลาอย่างน้อย ๓๐ วัน

* ผู้อุปสมบทจะต้องเคยเข้ากรรมฐานติดต่อกันอย่างน้อย ๗ วัน

* ผู้อุปสมบทต้องมาอยู่วัด ๗ วัน ก่อนกำหนดการอุปสมบท เพื่อฝึกท่องขานนาค และศึกษาระเบียบข้อปฏิบัติของวัด

* ผู้อุปสมบทจะต้องพาบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง มาขออนุญาตที่วัด หากแต่งงานแล้วต้องพาภรรยามาด้วย

* ผู้อุปสมบทที่ทำงานแล้วต้องมีใบลางานจากสถานที่ทำงาน ในกรณีเป็นข้าราชการต้องมีใบลางานอย่างเป็นทางการ

* ผู้อุปสมบทจะต้องนำหลักฐานมาประกอบการสมัครดังนี้
+ ใบตรวจเลือด
+ ใบรับรองแพทย์
+ สำเนาทะเบียนบ้าน
+ สำเนาบัตรประชาชน

Porsche 911 Carrera Cabriolet ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า คาบริโอเลต รายละเอียด

เรานำรถที่ให้ความหรูหราอย่างเต็มรูปแบบ อย่างรถยนต์ Porsche 911 Carrera Cabriolet มาแนะนำให้ทุกๆท่านได้รู้จักกันค่ะ สำหรับรถยนต์ Porsche 911 Carrera Cabriolet ตัวนี้เป็นหนึ่งด้านการออกแบบดีไซน์ที่ไม่เป็นรองใคร เป็นรถยนต์สปอร์ตสุดหรู สุดยอดแห่งยนตกรรมแห่งอนาคต มาพร้อมกับสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ฉีกทุกกฎความแรงอย่างเต็มพิกัด นิยามใหม่ของคำว่าประสิทธิภาพอย่างเหนือชั้นเลยล่ะค่ะ

และรถยนต์ Porsche 911 Carrera Cabriolet คันหรูนี้มาในราคา 14,250,000 บาท

รูปภายนอกของรถยนต์ Porsche 911 Carrera Cabriolet

ภายนอกโดดเด่นอย่างมีสไตล์ มีการนำเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้ามาออกแบบดีไซน์ให้รถคันนี้ออกมาอย่างไร้ที่ติ มีความสง่างามแบบสปอร์ตที่น่าหลงใหล สะดุดทุกสายตาเมื่อยามพบเห็น ไม่ว่าจะจอดหรือขับเคลื่อน ก็สามารถสะกดทุกสายตาได้อย่างน่ามหัศจรรย์

porsche-911-carrera-cabriolet-1-vert

รูปภายในของรถยนต์ Porsche 911 Carrera Cabriolet

ภายในมีความเพอร์เฟคด้วยความล้ำยุค ล้ำสมัยเป็นอย่างมาก มีแนวความคิดที่ยอดเยี่ยม อัจฉริยะ ที่ผสมผสานความแปลกใหม่ ทันสมัยด้วยเครื่องอำนวยความสะดวก ลูกเล่น และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆเอาไว้อย่างลงตัว ให้ผู้ใช้งานสามารถหยิบจับสิ่งต่างๆได้อย่างง่ายดาย คล่องตัวในทุกการขับขี่ มอบความพิเศษยามขับเคลื่อนอย่างเต็มรูปแบบ

porsche-911-carrera-cabriolet-9-tile

ข้อมูลทางเทคนิคของรถยนต์

รถยนต์ Porsche 911 Carrera Cabriolet มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงนอน ขนาด 3436 ซีซี ให้กำลังสูงถึง 350 แรงม้าที่ 7,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 390 นิวตันเมตรที่ 5600 รอบต่อนาที ระบบเกียรอัตโนมัติ Porsche Doppelkupplungsgetriebe (PDK) ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 284 กิโลเมตร/ชั่วโมง

พระแก้วบุษราคัม วัดศรีอุบลรัตนาราม จ.อุบลราชธานี

วัดศรีอุบลรัตนาราม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เดิมชื่อ ‘วัดศรีทอง’ เป็นวัดธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ของศาลากลางจังหวัด บนถนนอุปราช สร้างเมื่อปีเถาะ พ.ศ. 2398 ตรงกับ ร.ศ.74 เป็นปีที่ 5 แห่ง รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วัดแห่งนี้มีพระอุโบสถที่สร้างตามแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพ มหานคร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ พระแก้วบุษราคัม
สถานที่ตั้งวัด เดิมเป็นสวนของท่านอุปฮาดโท (ต้นตระกูล ณ อุบล) มีศรัทธาบริจาคที่ดินประมาณ 25 ไร่ สำหรับสร้างวัดของสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ซึ่งเป็นคณะสงฆ์ใหม่ที่เพิ่งสถาปนาขึ้น การถวายที่ดินต่อหน้าพระเถระ ยกให้เป็นสมบัติในพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นที่ตั้งวัด ในยามราตรีของวันนั้น เกิดนิมิตประหลาดขึ้น คือ มีแสงสว่างพวยพุ่งขึ้นเป็นสีเหลืองทองภายในบริเวณสวนนั้น จึงได้ถือนิมิตมงคลนี้ ตั้งชื่อวัดว่า ‘วัดศรีทอง’
ฝ่ายคณะสงฆ์มีท่านเทวธัมมี (ม้าว) ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก เริ่มก่อสร้างกุฏิ วิหาร ศาลาการ เปรียญ เมื่อปี พ.ศ.2398 ตามประวัติท่านเทวธัมมี ได้ไปรับการศึกษาพระปริยัติธรรมที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เป็นสามเณร และเป็นสัทธิวิหาริกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงผนวช
จึงได้ถือลัทธิธรรมยุติกนิกายสืบสายมาตั้งคณะธรรมยุติกนิกายที่วัดสุปัฏนารามวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดธรรมยุติกนิกายแห่งแรกในภาคอีสาน โดยมีท่านพันธุโล (ดี) เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ดังนั้น ท่านเทวธัมมี จึงเป็นที่เคารพยำเกรงของบรรดาเหล่าพระภิกษุสามเณร ข้าราชการ ตลอดจนประชาชนทั้งหลายในสมัยนั้น
ต่อมาในปี พ.ศ.2511 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯมาประกอบพิธีฉลองสมโภชฝังลูกนิมิต และยกช่อฟ้าพระอุโบสถ ทางวัดจึงได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระอุโบสถหลังนี้ ให้อยู่ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เปลี่ยนชื่อจากวัดศรีทองเป็น “วัดศรีอุบลรัตนาราม” ตามพระนามขององค์อุปถัมภ์
วัดศรีอุบลรัตนาราม เคยเป็นที่บรรพ ชาอุปสมบทของพระเถระผู้ใหญ่ทั้งฝ่าย คันธุระและวิปัสสนาธุระหลายรูป มีพระ อุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจันทเถระ) สมเด็จพระมหาวีระวงศ์ (ติสสเถระ) พระอาจารย์ทา โชติปาลเถระ, พระอาจารย์เสาร์ กันต สีลเถระ, พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ เป็นต้น
ความสำคัญของวัดแห่งนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานของ ‘พระแก้วบุษราคัม’
พระแก้วบุษราคัม เป็นพระพุทธปฏิมากรปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน แกะสลักจากแก้วบุษราคัม หน้าตักกว้าง 3 นิ้ว สูงจากเรือนแท่นถึงเปลวพระโมลี 5 นิ้ว มีความงามสง่าตามพุทธลักษณะทุกประการ
ตามตำนานเล่าสืบกันมาว่าพระวรราชภักดี (พระวอ) พร้อมด้วยบุตรหลานของพระตา คือ เจ้าคำผง เจ้าทิดพรหม และเจ้าก่ำ บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมืองอุบล ได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัมมาจากกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) เดิมทีพระแก้วบุษราคัม คงจะประดิษฐานอยู่ที่บ้านดอนมดแดง และได้อัญเชิญมาประดิษ ฐาน อยู่ที่วัดศรีอุบลรัตนารามในเวลา ต่อมา
ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทางราชการได้ประกอบพิธีถือนำพระพิพัฒน์สัตยา ที่วัดศรีอุบลรัตนาราม พร้อมทั้งได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัม เป็นองค์ประ ธานในพิธี โดยถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสืบกันมาแต่โบราณกาล
ปัจจุบัน ในเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ชาวอุบลราชธานีจะร่วมใจกัน อัญเชิญพระแก้วบุษราคัม เข้าขบวนแห่ไปรอบเมืองอุบลราชธานี เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการกราบไหว้และสรงน้ำกันโดยถ้วนหน้า

capture-20160922-170933

อ่อนน้อมถ่อมตน

563645678

ความอ่อนโยน ความนุ่มนวล ความละมุนละไม อย่างมีเหตุผล มีสัมมาคารวะต่อท่านผู้ที่ควรอ่อนน้อมถ่อมตน เช่น ผู้สูงวัย เจริญด้วยคุณธรรม และเจริญด้วยวงศ์ตระกูลชาติกำเนิด วางตนสม่ำเสมอ ไม่ดูหมิ่นผู้อื่น เพราะชาติกำเนิด วงศ์ตระกูล ยศศักดิ์ และฐานะทรัพย์สินเงินทอง

ความอ่อนโยน สามารถแสดงออกได้ในสังคมทุกระดับ เป็นมารยาทที่บุคคลในสังคมจะพึงปฏิบัติต่อกัน เพื่อผลดีในหน้าที่การงาน และการดำรงชีวิต เป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีของบุคคลในสังคม ความอ่อนโยนในทางธรรม มีความหมายกว้างขวาง คือ ความสามารถโอนอ่อนผ่อนตาม หรือเปลี่ยนไปในทางแห่งความดี มีจิตใจใฝ่สุจริตธรรม ทำให้เกิดการผสมผสานกันอย่างดีด้วยคุณธรรมทุกระดับของชนชั้น ประเภทของความอ่อนโยน

ทางกาย ทุกอิริยาบถที่แสดงออกเมื่ออยู่ในสังคม มีแต่ความอ่อนโยน นุ่มนวล งดงาม บริสุทธิ์ใจ ไม่แสดงอาการรังเกียจในสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ผู้ที่พบเห็นจะเกิดความชื่นชมโสมนัส และอบอุ่นใจทุกครั้งไป

ทางวาจา คำพูดนุ่มนวลชวนฟัง สุภาพอ่อนโยน ไม่แสดงวาจากระด้าง หยาบคาย รู้จักเลือกใช้วาจาที่ดี มีประโยชน์ เหมาะสมกับคู่สนทนา เช่น เจรจากับผู้ใหญ่ หรือผู้มีคุณธรรม บุคคลเสมอกัน หรือต่ำกว่าก็ตาม สามารถเจรจาให้ผู้ฟังมีความรู้สึกว่าเป็นกันเอง เปรียบเหมือนบิดามารดาปฏิบัติต่อบุตรอันเป็นที่รัก วาจาอ่อนหวานประสานประโยชน์ ไม่มีโทษแม้แต่น้อย อันควรดื่มด่ำในหัวใจเป็นอย่างยิ่ง

ทางจิตใจ ฐานสำคัญอยู่ที่ใจ จึงทำให้การแสดงออกทางกาย หรือทางวาจา สุภาพอ่อนโยน รู้จักเลือกพิจารณาแสดงออกได้อย่างเหมาะสม มีสัมมาคารวะต่อผู้เจริญ 3 ประเภท คือ

1) ผู้เจริญโดยกำเนิด เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ เป็นต้น

2) ผู้เจริญโดยวัย มีอายุมากกว่าตน ให้ความเคารพนับถือกัน เปรียบเหมือนหนึ่งญาติผู้เกื้อกูลกันด้วยความดี

3) ผู้เจริญโดยคุณธรรม เช่น พระภิกษุสามเณร แม้จะมีชาติกำเนิดธรรมดา มีอายุน้อยหรือมากกว่าตนก็ตาม แต่ด้วยคุณธรรม มีศีล เป็นต้น และด้วยการประพฤติดีปฏิบัติชอบ สาธุชนจึงเคารพกราบไหว้ด้วยใจศรัทธา

ผู้เจริญทั้ง 3 ประเภทนี้ เหมาะสมที่จะกราบไหว้ ลุกขึ้นต้อนรับด้วยความเคารพ ควรหลีกทางให้เมื่อท่านเดินสวนมา ควรทำสักการบูชา เคารพนับถือ

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด

โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

ทรัพยากรไม่พอกับตัณหา

709802572

ทรัพยากรไม่พอกับตัณหา

“ทรัพยากร นั้นมีจำกัดแต่ตัณหาของมนุษย์ไม่มีขีดจำกัด ฉะนั้น เมื่อทรัพยากรมีจำกัดเราก็ควรที่จะจำกัดความอยากของตัวเอง บริโภคตามความจำเป็น”

คอลัมน์ คำพระ
ว.วชิรเมธี

รู้เท่าทัน

845637363695

เมื่อคราวที่แล้ว ได้นำข้อคิดจาก พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย แสดงทรรศนะต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ให้บทเรียนแก่คนทั่วโลกมากมาย ครั้งนี้ยังมีต่ออีกบทหนึ่งคือ การรู้เท่าทันธรรมดาของโลก สัจธรรมที่เกิดขึ้นนั้นสำหรับรู้ เมื่อรู้เท่าทันแล้ว ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เรียกว่าจริยธรรมสำหรับปฏิบัติ ฉะนั้น มนุษย์ควรจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใน 2 ส่วน

ส่วนที่หนึ่งเป็นส่วนของสัจธรรมที่เราจะต้องรู้ให้เท่าทันธรรม ชาติ อันเป็นธรรมดาของโลก และ ส่วนที่สอง เมื่อเรารู้เท่าทันสัจธรรมนั้นแล้ว เราจะปรับเนื้อปรับตัวอย่างไร เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับโลกและธรรมชาติของโลกให้อยู่รอดปลอดภัยอย่างดีที่สุด โดยที่ทั้งเราและทั้งโลกต่างก็ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน

เมื่อเปรียบ เทียบอายุของมนุษย์กับอายุของโลกที่มีอายุเป็นล้านๆ ปีนั้น กล่าวได้ว่ามนุษย์เพิ่งจะมาถึงโลกใบนี้เมื่อวานนี้เท่านั้น ดังนั้น จึงยังมีอะไรอีกมากที่มนุษย์ยังไม่รู้จักเกี่ยวกับโลก มนุษย์เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสำหรับโลกใบนี้ แต่น่าเสียดายที่ว่า มนุษย์ส่วนใหญ่กลับไม่ได้คิดเช่นนี้ เพราะต่างก็มีความเข้าใจผิดคิดว่าเรารู้จักโลกนี้ดีมาก เราเป็นนายของโลก และเราจะช่วงใช้โลกนี้อย่างไรก็ได้ จากฐานคิดที่ผิดเหล่านี้

ผลก็ คือ บ่อยครั้งที่เกิดวิกฤตต่างๆ มนุษย์ได้รับความวิบัติวอด วายมากมาย ทั้งๆ ที่มีหลายสิ่งหลายอย่างเคยเกิดขึ้นแล้ว แต่มนุษย์ก็ดูเหมือนกับไม่รู้จักสรุปบทเรียน เพราะลึกๆ แล้วมนุษย์เชื่อมั่นว่าตนเองสามารถบริหารจัดการโลกใบนี้ได้ ซึ่งเป็นฐานคิดแห่งความประมาท ซึ่งเป็นทรรศนะที่ผิด

ดังนั้น คุณธรรมที่ควรจะทำที่สุดในตอนนี้ กล่าวโดยสรุปมี 3 เรื่อง คือ

1.รู้เท่าทันธรรมดาของโลก และสิ่งแวดล้อมว่ามีแง่ดีแง่งามอย่างไร มีคุณอย่างไรและมีโทษอย่างไร

2.รู้เท่าทันทรรศนะที่ผิด ที่มนุษย์มีต่อโลกและธรรมชาติ และจากนั้นก็ปรับเปลี่ยนทรรศนะนั้น มาปฏิบัติต่อโลกและธรรมชาติอย่างถูกต้อง

3.ดำรง ชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท เพราะเมื่อเราดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท เราเห็นว่าภัยธรรมชาติมาถึง เห็นว่ามันเสียหาย ก็คงจะเสียหายน้อยกว่าคนที่ไม่ได้เตรียม ให้เตรียมรับมืออยู่เสมอ

เมื่อเราทำความเข้าใจแล้ว เราจะได้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา และนั่นคือทางออกที่เราควรประพฤติปฏิบัติในเวลานี้

คอลัมน์ ศาลาวัด

เด็กๆ ยังไม่รู้ว่าพ่อแม่คืออะไร

78456149895

เด็กๆ ยังไม่รู้ว่าพ่อแม่คืออะไร

“เด็กๆควรจะรู้ว่าการทำให้พ่อแม่น้ำตาตกนั้น เป็นความเลวร้ายที่สุด เด็กที่มีการศึกษาสมัยใหม่ จะไม่เคยนึกอย่างนี้ เขาจะนึกแต่ว่าแม่เอาเงินมาให้มากๆ ให้เราเรียนเก่งๆ เท่านั้น เด็กมันจึงไม่รู้ว่าพ่อแม่คืออะไร”

คอลัมน์ คำพระ
พุทธทาส

Nissan Serena ปี 17

Nissan-Serena-456654123

ล่าสุดมีภาพโบว์ชัวร์ Nissan Serrna 17 เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดปรากฏต่อสื่อออนไลน์อย่างชัดเจนซึ่งมีการเผยอีกว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในญิปุ่นเดือนสิงหาคม 2016 นี้ Nissan Serena นิสสัน เซเรน่า เปิดตัวครั้งแรกในญิปุ่นเมื่อปี 2010 นับจากนั้นได้พัฒนาและปรังปรุงมาจนถึงเจเนอเรชั่นที่ 4 นั่นคือโฉมที่ปรากฏในภาพดังกล่าว สำหรับตัวถัง Nissan Serena จะใช้ Renault-Nissan C-Platform แต่มีการปรับปรุงภายในห้องโดยสารใหม่แทบทั้งหมดให้ดูแตกต่างอย่างชัดเจน Nissan Serena โฉมใหม่ออกแบบให้มีความชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะบริเวณด้านหน้า เช่นกระจังหน้าเป็นรูปตัว V รับกับไฟหน้าสองชั้น กันชนหน้าตกแต่งด้วยสีดำ ด้านข้างออกแบบใหม่ ออกแบบแนวหลังคาด้วยตัดเส้นสีดำ Floating Roof พร้อมประตูสไลค์ไฟฟ้าคู่หลัง เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร มีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะมาพร้อมระบบ ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ Pilot Drive 1.0 มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อนสองล้อและ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

อ่านเพิ่มได้ที่นี่ รถมือหนึ่ง

 

ธรรมะย่อยวิกฤต

98711235

อากาศในช่วงฤดูฝนมืดครึ้มแทบทุกวัน คงไม่มีปัญหาสำหรับคนอยู่บ้านหรือทำงานในอาคารมิดชิดมากนัก แต่ใครที่กำลังคิดจะเดินทางคงต้องวางแผนหรือเตรียมร่มไว้เผื่อฝนตก ธรรมชาติมักจะเตือนเราให้รู้ก่อนจะเกิดวิกฤตเสมอ เพื่อให้เราได้มีโอกาสเตรียมตัวตั้งรับ ผิดกับชีวิตมนุษย์ที่ไม่มีอะไรแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าจะมีเวลาเหลือเท่าไร จะเป็นโรคอะไร จะตายเมื่อไร และตายแล้วไปไหน

ไม่สามารถบอกได้ นอกจากเตรียมตัวไว้เสมอเพื่อรับวิกฤตตลอดเวลา มีบริษัทแห่งหนึ่ง ผู้จัดการลองให้พนักงานเขียนถึงสิ่งที่ตนเองจะทำหากมีชีวิตอยู่อีกไม่เกิน 1 ปี แล้วค่อยๆ ลดลงเหลือ 1 เดือน 1 วัน 1 ชั่วโมง พนักงานหลายคนพอได้ทบทวนก็ค่อยๆ ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปทีละอย่าง จนเหลือเพียงสิ่งที่สำคัญที่สุด แล้วให้นำสิ่งที่เขียนนั้นติดไว้ตรงที่เราเห็นชัดที่สุดทั้งที่บ้านและที่ทำงานเพื่อจะได้ลงมือทำ

เวลาผ่านไปหลายเดือน ผู้จัดการก็เรียกพนักงานเหล่านั้นมาถามถึงผลจากสิ่งที่ได้ทำไป ปรากฏว่าทุกคนแค่คิดว่าจะทำ แต่ยังไม่ได้ทำเหมือนเดิม อาจเป็นได้ที่ทุกคนยังคงประมาทกับการใช้ชีวิต หรืออาจยังไม่พบกับวิกฤตในชีวิตจริงๆ

เหมือนวิกฤตที่เกิดขึ้นกับพระนางสามาวดีอุบาสิกา แม้จะดำรงมั่นในพระรัตนตรัยพร้อมกับเหล่าบริวารที่กำลังจะถูกไฟคลอก ช่วงเวลานั้นบริวารของนางต่างวิ่งวุ่น เพื่อหาวิธีเอาตัวรอด ดังเมื่อครั้งพระมหาชนกโพธิสัตว์กำลังอยู่ท่ามกลางวิกฤต เรือกำลังจะจม แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้ จึงดั้นด้นค้นหาทางรอดจนหลุดพ้นจากภัยอันตรายมาได้ เป็นธรรมดาของผู้ได้ศึกษาหลักคำสอนเรื่องความเพียรพยายามมา ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตขนาดไหนก็ต้องสู้จนกว่าจะถึงที่สุด

เมื่อพยายามเต็มที่แล้วยังไม่หลุดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ นางสามาวดี จึงพยายามค้นหาธรรมะข้ออื่นในการฝ่าภัยร้าย แต่ด้วยขีดจำกัด ของกรรมที่นางและเหล่าบริวารได้เคยสั่งสมไว้ตั้งแต่อดีตชาติ โดยคราครั้งนั้นนางและบริวารได้เผาหญ้าที่สูงเทียมศีรษะ เพื่อต้องการขจัดไล่ความหนาวจากการอาบน้ำในสระอย่างยาวนาน แต่พอหญ้าค่อยๆ ไหม้ไป นางแลเห็นว่ามีพระอยู่ภายใน ด้วยความตกใจกลัวว่าจะโดนจับและต้องโทษ จึงรีบเอาหญ้ามาสุมเพื่อให้ไฟไหม้ไม่ให้เหลือซากความผิดติดตัวได้

กรรมครั้งนั้นทำให้นางไม่สามารถเห็นธรรมะสำคัญ เช่น “การอธิษฐานสัจจะ” ดังที่พระโพธิสัตว์ใช้แก้ไขปัญหาวิกฤต จนนำตัวเองหลุดพ้นจากความตายไปได้หลายต่อหลายครั้ง

เมื่อนางคิดไม่ได้ จึงได้แต่เตือนให้บริวารใช้สติระลึกรู้ตัว ไม่ประมาท ยิ่งช่วงเวลาความเป็นความตายกำลังคืบคลานเข้ามาจนไม่มีเวลาเหลือแล้วสำหรับทำอย่างอื่น เราควรจะรีบมุ่งมั่นทำสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่นศรัทธาให้ทันเวลาที่เหลืออยู่ พระนางพร้อมทั้งบริวาร จึงเจริญภาวนาก่อนจะสิ้นใจด้วยสติ มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่บารมีของแต่ละคนแตกต่างกันไป

ธรรมะจึงเป็นแสงสว่างช่วยนำทางเราออกจากวิกฤตชีวิตอันแสนมืดมิดนี้ได้ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าเราไม่ได้ตาบอดด้วยความไม่รู้ และไม่ได้สายตาสั้นด้วยกรรมที่ทำมาเสียก่อน

คอลัมน์ หน้าต่างศาสนา

พระมหาประสิทธิ์ ญาณปฺปทีโป สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ วัดสระเกศ

รับผิดชอบร่วมกัน สังคมเป็นสุข

8889966

เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ จะต้องทำกิจกรรมร่วมกันอยู่ตลอดเวลา ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน แต่ละชีวิตต่างก็ต้องการที่จะเสริมสร้างความสุข ความมั่นใจ และความปลอดภัยให้กับตนเองอยู่เสมอ สังคมจึงเป็นแหล่งศูนย์รวมทางความคิดที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นมา เพื่อแสวงหาคำตอบทุกๆ อย่างให้กับตนเอง

สังคมในทุกระดับชั้นเป็นแหล่งรวมคนหลายๆ คนเข้าด้วยกัน ซึ่งในจำนวนผู้คนเหล่านั้น แต่ละคนต่างก็มีชีวิต มีจิตวิญญาณ มีความรู้สึกนึกคิดและมีจุดหมายปลายทางที่แตกต่างกันออกไป

ด้วยเหตุนี้ บางครั้งทำให้สังคมต้องเกิดปัญหาหรือมีความสับสนวุ่นวาย อันเนื่องมาจากความแตกต่างทางด้านความคิดของแต่ละคน ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่สังคมมีปัญหาขึ้นจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ผู้ที่จะทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้หมดสิ้นไปได้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นหน้าที่ของสมาชิกทุกๆ คนนั่นเอง ที่จะต้องสามัคคีร่วมใจกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมของตนเองให้ดีและมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

สังคมที่เราอยู่ในปัจจุบันนี้ คงจะมีความสงบสุขและน่าอยู่มากกว่านี้ ถ้าสมาชิกในสังคมแต่ละคนมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี เสียสละละวางความเห็นแก่ตัวลง ละโทษ ข้อบกพร่อง สิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควร ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินชีวิตด้วยความประมาท ให้แก่กันละกัน พร้อมทั้งน้อมนำเอาหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนามาเป็นแนวทางดำเนินชีวิต ชีวิตก็จะมีความเจริญอย่างเดียว

โทษข้อบกพร่อง ความผิดพลาดที่เกิดจากความประมาทในการดำเนินชีวิต อาจมีบ้างในบางครั้ง เช่นจากคนที่เคยนอนตื่นเช้าก็กลายเป็นคนนอนตื่นสาย จากคนที่เคยซื่อสัตย์สุจริตก็กลายเป็นคนคดโกงโกหกหลอกลวง

จากคนที่เคยขยันหมั่นเพียรก็กลายเป็นคนเกียจคร้าน จากคนที่มีความรับผิดชอบก็กลายเป็นคนเหลวไหล

จากคนที่เคยน่าไว้ใจก็กลายเป็นคนไม่น่าไว้ใจ จากคนที่เคยมีน้ำใจเอื้อเฟื้อแก่คนทั่วไปก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัว

กล่าวโดยสรุปก็คือจากเดิมที่เคยเป็นคนดีก็กลายเป็นคนไม่ดี เหล่านี้ล้วนมีผลเสียโดยตรงต่อตนเอง และอาจมีผลเกี่ยวเนื่องต่อบุคคลอื่นขยายผลเสียไปสู่สังคมได้

บุคคลที่เกี่ยวข้อง ผู้ปรารถนาดี เมื่อมองเห็นโทษอันจะเกิดขึ้น จึงควรว่ากล่าวตักเตือน แนะนำด้วยการพูดแต่สิ่งที่ดี พูดกันด้วยความรักความปรารถนาดี รู้จักการพูดให้กำลังใจกันและกัน

และในยามที่มีใครต้องล้มลง ต้องพบกับความทุกข์ ความผิดหวังหรือความเศร้าหมองต่างๆ ต้องไม่มีการพูดจาซ้ำเติมกัน ไม่นินทาว่าร้ายกันทั้งต่อหน้าและ ลับหลัง พร้อมทั้งให้กำลังใจ แนะนำในสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ให้แก่กัน สังคมจะพบกับความสงบสุขแน่

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด

บทความโดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. 9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร